แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5
The Fifth Development Plan for Children and Youth in Remote Area of H.R.H.Princess Maha Chakri Sirindhorn

 

ดร.อภิสิทธิ์ พึ่งพร
สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

บทคัดย่อ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนมาตั้งแต่ปี 2523 ในเวลานั้นมีพระประสงค์เพื่อแก้ไขภาวะทุพโภชนาการของเด็กนักเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ด้วยทรงตระหนักว่าเด็กที่มีปัญหาโภชนาการและสุขภาพอนามัยย่อมเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการพัฒนาทางด้านสติปัญญา หรือการเรียนรู้ ทรงทดลองทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันขึ้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 3 โรง ให้นักเรียนได้รู้จักทำการเกษตร แล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน โครงการดังกล่าวนอกจากจะทำให้นักเรียนได้บริโภคอาหาร ที่สดสะอาด ปลอดภัย แล้วนักเรียนยังได้เรียนรู้การทำเกษตร การประกอบอาหาร รวมทั้งเรื่องสุขอนามัย ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้อื่นควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของเด็กนักเรียนเหล่านั้นในอนาคต ต่อมาทรงขยายโครงการพัฒนาขึ้นอีกหลายโครงการ ในโรงเรียนสังกัดต่างๆ นอกจากนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้มีความร่วมมือการพัฒนาเด็กและเยาวชนกับประเทศเพื่อบ้านด้วย ได้แก่ สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสเต ภูฏาน มองโกเลีย

การขับเคลื่อนโครงการนอกจากจะทรงติดตามงานอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 30 ปีแล้ว ยังใช้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงาน ปัจจุบันอยู่ในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 5 (2560-2569) ซึ่งกำหนดให้มี 8 เป้าหมายหลักในการดำเนินงาน คือ 1) การเสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา 2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา 3) การเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางวิชาการและทางจริยธรรม 4) การเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางการงานอาชีพ 5) การปลูกฝังจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 6) การเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่นและของชาติไทย 7) การขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน และ 8) การพัฒนาสถานศึกษาเป็นศูนย์บริการความรู้ โดยมี 34 ตัวชี้วัดความก้าวหน้าโครงการ

การพัฒนามุ่งทำให้เด็กและเยาวชนแต่ละคนเกิดการพัฒนาที่สมดุล ทั้งด้านพุทธิศึกษา คือ ความรอบรู้วิชาการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและมีโอกาสศึกษาเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ด้านจริยศึกษาคือ การมีศีลธรรม จรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ จิตสำนึกต่อส่วนรวม ด้านหัตถศึกษาคือความรู้และทักษะในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดีและเห็นคุณค่าของงาน ด้านพลศึกษา คือการมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง กินอาหารที่ถูกต้อง ออกกำลังกายที่เหมาะสม รวมทั้งรักษาความสะอาดและสุขาภิบาลด้วย การดำเนินงานครูต้องบูรณาการสรรพวิชาการทุกสาขามาใช้ให้สอดคล้องตามสภาพของชุมชน รวมทั้งให้เหมาะสมกับวัยของนักเรียน ครูต้องแสวงหาการสนับสนุนจากส่วนราชการ นักวิชาการ เอกชน ชุมชน เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาของโรงเรียน นอกจากนี้โรงเรียนจะต้องขยายผลการพัฒนาออกไปสู่ครอบครัว ชุมชน และเป็นต้นแบบการพัฒนาให้แก่โรงเรียนอื่นๆได้ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเกิดความยั่งยืนขึ้นอย่างแท้จริง

ปัจจุบันมีสถานศึกษาที่ร่วมงานโครงการฯ 850 แห่ง ในโรงเรียนสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน 213 แห่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 206 แห่ง กรุงเทพมหานคร 25 แห่ง โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ 69 แห่ง โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 16 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” 282 แห่ง และ ในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 39 แห่ง

เอกสารอ้างอิง
โครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักงาน. แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่4 2550-2559 กรุงเทพฯ:อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2552.

โครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักงาน. แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่5 2560-2569 , 2560.(เอกสารอัดสำเนา)

 

ประวัติวิทยากร

การศึกษา

  • ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต(ประมง) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต(พัฒนาสังคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิดา)
  • ปริญญาเอก ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต(พัฒนศึกษา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทำงาน

  • โครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ กรมประมง 2 ปี
  • โครงการตามพระราชำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ 2 ปี
  • โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (ปี 2531- ปัจจุบัน)

 

ดร.อภิสิทธิ์ พึ่งพร
สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี